อานุภาพพ่อขุน ฯ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จามรี ศิริภัทร
ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์

      ผู้เขียนเรียนหนังสือไม่เก่ง คุณพ่อคุณแม่จึงได้ไปฝากพระอาจารย์ที่วัดโพธิ์เพื่อจะให้ผู้เขียนเข้าเรียนในโรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่งหลังจากจบ ม.ศ.๓ เมื่อผู้เขียนรู้เข้าจึงปฏิเสธบอกว่าต้องการเรียนให้จบ ม.ศ.๕ เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเพราะต้องการเป็นครู รักในวิชาชีพครู และผู้เขียนก็ได้เรียนในสายสามัญ 
      หลังจากสอบ ม.ศ.๕ แล้ว คุณพ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมน้องชายในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๕ จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตของผู้เขียนว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร เพราะขาดหัวหน้าครอบครัว ญาติบางคนบอกให้ทำงานบางคนให้เรียนต่อ ญาติคนหนึ่งเป็นอาจารย์สอนวิทยาลัยครูบอกว่าถ้าอยากเป็นครูให้ไปเรียนที่วิทยาลัยครูที่ท่านสอนอยู่ (ผู้เขียนปฏิเสธในใจ เพราะต้องการเรียนครูในมหาวิทยาลัยมิใช่วิทยาลัยครู) ผู้เขียนคิดอะไรไม่ออก 
      โชคดี ! น้าชายซื้อใบสมัครมหาวิทยาลัยรามคำแหงให้ (ซื้อวันขายใบสมัครวันสุดท้าย) ผู้เขียนจึงได้เข้ามาเป็นลูกพ่อขุน เมื่ออ่านใบสมัครผู้เขียนจึงตัดสินใจ สมัครเรียนสาขาศึกษาศาสตร์ วิชาเอกการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (เพื่อจบการศึกษาจะได้เป็นครูสมใจ) ได้รหัสประจำตัว ๑๕๔๑๐๔๑๗ จำได้ว่าปีนี้มีนักศึกษา ทั้งรุ่นไม่ถึงหกร้อยคน (เป็นรุ่นที่มีนักศึกษาน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น ๆ) และส่วนมากสำเร็จการศึกษาโดยใช้เวลาเรียน ๓ ๑/๒ - ๔ ๑/๒ ปี ผู้เขียนใช้เวลาในการเรียน ๔ ปี รับปริญญาในรุ่นที่ ๒ 
      ช่วงรอวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ได้สมัครสอบแข่งขันบรรจุเข้ารับราชการเป็นครู ปีนั้นเปลี่ยนระบบการสอบใหม่ไม่สอบรวมทั้งประเทศ ผู้สมัครจะต้องไปสมัครสอบ ณ จังหวัดที่สถานศึกษาตั้งอยู่ และระบุชื่อโรงเรียนที่ต้องการสมัครลงไป ผลการสอบผู้เขียนสอบไม่ได้ จึงต้องหางานอื่นทำแต่ก็ยังหางานทำไม่ได้ พบเพื่อนที่เรียนจบรับปริญญาไปแล้วในรุ่น ๑ เขาแนะนำให้ไปของานจากพ่อขุน และบอกว่าที่เขามีงานอยู่นี้ก็เพราะขอพ่อขุน ผู้เขียนถามว่า “ขออย่างไร” เขาเล่าว่าวันที่เขามาซ้อมรับปริญญาบัตรได้ขึ้นไปไหว้พ่อขุนและของานจากท่าน แล้วเขาก็ได้งาน จึงแนะนำให้ผู้เขียนปฏิบัติตาม (สมัยก่อนมหาวิทยาลัยอนุญาตให้ขึ้นไปไหว้พ่อขุนข้างบนพระรูปได้)
      เมื่อถึงวันซ้อมย่อยก่อนวันพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ปี พ.ศ.๒๕๒๐ ผู้เขียนได้ขึ้นไปไหว้และของานจากพ่อขุน ฯ ตามที่เพื่อนบอก มหัศจรรย์ ! ดิฉันได้งานจริง ๆ ได้ยังไงหรือคะ ในช่วงวันซ้อมย่อยพวกเราจะกลับไปหาอาจารย์ที่สอนที่ภาควิชา ฯ เมื่อไปพบ รศ.เกื้อกูล คุปรัตน์ อาจารย์ถามว่า “ได้งานทำหรือยัง ถ้ายังสนใจไปทำงานขายบ้านที่หมู่บ้านบัวขาวไหม เจ้าของหมู่บ้านเป็นเพื่อนกับอาจารย์เขาต้องการรับบัณฑิตราม ฯ เข้าทำงาน” ผู้เขียนบอกอาจารย์ว่า ยังไม่ได้ทำและตอบตกลงที่จะไปทำงานขายบ้านที่หมู่บ้านบัวขาวทันที อาจารย์จึงเขียนจดหมายให้ดิฉันไปพบเพื่อนของท่านและดิฉันก็ได้ทำงานที่หมู่บ้านบัวขาวเป็นแห่งแรก 
      ผู้เขียนทำงานเป็นพนักงานขายบ้านของหมู่บ้านบัวขาว โดยทำงานในโครงการสวัสดิการขายบ้านให้กับอาจารย์ข้าราชการมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งขายในราคาถูกและดอกเบี้ยคงที่ ผู้เขียนได้เข้ามาติดต่องานกับอาจารย์และข้าราชการของมหาวิทยาลัยด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัยทุกวัน โดยเข้าบริษัทก่อนแล้วจึงออกมาติดต่อลูกค้าด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้ขอเงินสนับสนุนจากเจ้าของหมู่บ้านให้นักศึกษาวิชาเอกโสตทัศนศึกษา ภาควิชาโสตทัศนศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ จัดทำภาพยนตร์และสไลด์ประชาสัมพันธ์การขายหมู่บ้านบัวขาวให้กับบริษัทด้วย 
      ขณะที่ผู้เขียนติดต่อลูกค้าอยู่ในมหาวิทยาลัย ได้ขึ้นไปไหว้และของานจากพ่อขุน ฯ อีกครั้ง โดยขอให้ได้เข้าทำงานในมหาวิทยาลัยรามคำแหง และในเดือนมีนาคม ๒๕๒๑ ผู้เขียนได้รับการติดต่อจาก รศ.สมคิด ธีรศิลป์ หัวหน้าสำนักงานวิทยุโทรทัศน์การศึกษาในขณะนั้นให้ไปทำงาน โดยท่านบอกว่า มีตำแหน่งว่างที่สำนักงานวิทยุโทรทัศน์การศึกษา ๑ ตำแหน่ง (เจ้าหน้าที่งบรายได้) บรรจุได้เลย และตำแหน่งข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่โสต
ทัศนศึกษา ๓ ของสำนักหอสมุดกลาง ๒ ตำแหน่ง จะต้องสอบแข่งขัน กำหนดสอบและบรรจุในเดือนพฤษภาคม ดิฉันหรือคุณกาญจนา (เพื่อนร่วมงานเป็นประชาสัมพันธ์หมู่บ้านบัวขาว) ใครจะไปทำงานก็ได้รับทั้งสองคนให้ตัดสินใจกันเอง แต่ตำแหน่งข้าราชการคุณกาญจนาไม่มีสิทธิสอบ ผู้เขียนมีสิทธิสอบเพราะกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งไว้ ผู้เขียนจึงตัดสินใจให้คุณกาญจนา บรรจุที่สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์ก่อน และผู้เขียนเป็นผู้สมัครสอบแข่งขัน 
      ในที่สุด ผู้เขียนสอบบรรจุได้และเข้าเป็นข้าราชการของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๑ สังกัดฝ่ายโสตทัศนศึกษา สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งสำนักเทคโนโลยีการศึกษา ผู้เขียนจึงโอนย้ายมาอยู่ที่สำนักเทคโนโลยีการศึกษา และในปีการศึกษา ๒๕๔๐ รศ.ดร.นวลละออ แสงสุข ซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง ขึ้นไปสังกัดภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ผู้เขียนซึ่งจบวิชาเอกการสอนภาษาไทย จึงได้ไปช่วยสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน (ผู้เขียนได้ขอพ่อขุน ฯ ขอให้ได้ไปเป็นครูสอนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงและก็ได้สมดังที่ตั้งใจ) และในที่สุดผู้เขียนได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนตำแหน่งเป็นอาจารย์ โอนย้ายไปสอนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี พ.ศ.๒๕๔๒ และย้ายไปสังกัดภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน
      การที่ผู้เขียนเจริญก้าวหน้า ทั้งด้านการเรียน การงาน ผู้เขียนคิดว่าเป็นอานุภาพขององค์พ่อขุน ฯ โดยแท้ ผู้เขียนจึงขอตั้งใจปฏิบัติงานในหน้าที่ที่รับมอบหมายให้ดีที่สุด เพื่อบูชาพ่อขุน และสนองคุณชาติสืบไป

27 พ.ย. 2552 view : 1823 ครั้ง